หุ้นที่เป็นตัวนำไม่สามารถนำตลาดไปได้ตลอด ไม่เร็วก็ช้าราคามันก็จะร่วงลง ดังนั้นจงอย่าทนอยู่กับมันนานเกินไป

สิ่งที่ร้อนแรงในวันนี้จะไม่ร้อนแรงไปชั่วนิรันดร ความจริงข้อนี้ใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเรา รวมถึงหุ้นด้วย หุ้นแข็งแกร่งหลายตัวอาจมีช่วงที่ราคาขึ้นอย่างมหาศาล อย่างไรก็ดี ความยอดเยี่ยมของมันย่อมมีวันสิ้นสุด สำหรับนักลงทุนนั้น เราจำเป็นต้องคอยสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แล้วปล่อยมันไปเพื่อหลีกทางให้กับหุ้นนำตลาดตัวใหม่ ระยะเวลาที่หุ้นนำตลาดจะมีราคาวิ่งไปจนถึงที่สุดอาจมีความหลากหลาย หุ้นบางตัวมีเวลาเยี่ยมยอดของมันนานหลายสัปดาห์ บางตัวก็หลายปี การศึกษาหุ้นในตลาดหุ้นอเมริกาช่วงปี 2000-2008 พบว่าหุ้นนำตลาดที่แข็งแกร่งมีอายุขัยแห่งความรุ่งโรจน์เฉลี่ยก่อนจะร่วงลง ประมาณ 109 สัปดาห์ (ประมาณ 2 ปีเศษ) โดยหุ้นที่มีอายุขาขึ้นสั้นที่สุดมีกินเวลาประมาณ 13 สัปดาห์ (ราคาหุ้นขึ้นไป 3 เท่า) และหุ้นที่มีอายุขัยนานสุดคือ 266 สัปดาห์ (ราว ๆ 5 ปีเศษ หุ้นขึ้นไป 13 เท่า)

หุ้นที่เป็น top performer ในยุคนั้น มีเพียงส่วนน้อยที่ยังคงมีการเติบโตให้เห็นได้ในปัจจุบัน หุ้นหลายตัวมีราคาที่ห่างจากราคาสูงสุดในสมัยนั้นอยู่มาก

นักลงทุนฝีมือดีที่สามารถเลือกและเข้าซื้อหุ้นแข็งแกร่งอันเยี่ยมยอดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ช่วงเวลาที่ต้องขายมันทิ้งเสีย หุ้นแข็งแกร่งเหล่านี้โดยเฉลี่ยจะมีราคาร่วงลงราว 72% จากยอดดอย เมื่อความแข็งแกร่งของมันหมดสิ้นลง หุ้นดาวเด่นหลายตัวมีราคาลดลง 85-90% หุ้นบางตัวมีมูลค่าเกือบเป็น 0 การรูดลงของราคาอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกิจการหรืออุตสาหกรรมโดยรวม อย่างมีนัยสำคัญ หรือเป็นเพราะภาวะตลาดหมีได้มาเยือน การรู้จักที่จะต้องปล่อยวาง ปล่อยมันให้เป็นอิสระ ไม่ทนถือมัน จึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

การนับ base อาจใช้เป็นจุดสังเกตได้ดีว่าเราเข้าซื้อหุ้นช้าเกินไปหรือไม่ หุ้นหลายตัวที่เข้าซื้ออาจเป็น breakout จาก base ที่ 3 หรือ 4 ซึ่งถือเป็น base ขั้นปลาย ควรมีความระมัดระวังมากขึ้น นอกจากนี้ยังควรจับตามองว่าเกิดสัญญาณ climax top ขึ้นกับหุ้นที่เราถือหรือไม่ ซึ่งโดยมากมักเกิดขึ้นกับหุ้นที่วิ่งขึ้นมามากและยาวนาน

(ป.ล. สรุป รวบรวมจาก IBD’s article)

 

Comments are closed.

Set your Twitter account name in your settings to use the TwitterBar Section.